สกศ. ผนึกกำลัง 77 จังหวัด ขับเคลื่อน “ธนาคารหน่วยกิต” สู่การปฏิบัติ สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต
25 สิงหาคม 2568

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 รศ.ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตลงสู่การปฏิบัติ และกล่าวปฐกถาพิเศษหัวข้อ “การเรียนรู้สู่อนาคตด้วยธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากสป.ศธ. สพฐ. สอศ. สกร. สช. ผู้บริหารและผู้แทนองค์กรจากหน่วยงานส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด และสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด จำนวน 400 คนทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องอมรินทร์ ชั้น 3 โรงแรมเอส ดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook : Thailand NQF และ สภาการศึกษา

ดร.ประวิต กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาไทยจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้เด็กยุคใหม่ได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยสร้าง "โลกแห่งการเรียนรู้" ที่เชื่อมโยงกับการทำงานและชีวิตจริงมากขึ้น การให้ความสำคัญกับทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ได้จริง ธนาคารหน่วยกิตหรือ Credit Bank เป็นแนวคิดสำคัญที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทำงาน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเก็บสะสมทักษะและประสบการณ์เพื่อใช้ในการเทียบวุฒิการศึกษาหรือการรับรองมาตรฐาน สกศ. กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มธนาคารหน่วยกิต มุ่งเน้นการสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นและเปิดกว้าง เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับโลกของการทำงานจริงอย่างเป็นระบบ โดยมีการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เอื้อต่อการใช้งาน

การเสวนา Credit bank talk ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต และคลายข้อสงสัยในการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตเพื่อนำสู่ความสำเร็จ โดย ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา สกศ. นายอัศวิน ข่มอาวุธ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สอศ. ดร.ศิวกร รัตติโชติ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. นายธานี เครืออยู่ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ สกร. และ นางสุมิตรา ทองแสง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สช. โดยภาพรวมหลักการและเป้าหมายในการดำเนินงานต้องคำนึงถึง "ต้นทุนและค่าใช้จ่าย" เพื่อให้เกิด "ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนเป็นสำคัญ" มีเป้าหมายคือการขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา มีการพัฒนาและดำเนินการในหลายรูปแบบ ทั้งการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยง และการเทียบโอนผลการเรียนรู้ ซึ่งรวมถึงการนำความรู้และประสบการณ์จากการทำงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต มีแนวทางการสื่อสารและการทำงาน การขับเคลื่อนนโยบายอาศัยกลไกหลากหลาย เช่น การอบรม การประชุม เวทีเสวนา และการจัดทำคู่มือและสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจและระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และมีตัวอย่างความสำเร็จในการนำร่องในหลายจังหวัด โดยแต่ละพื้นที่มีการประยุกต์ใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง และทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อย่างเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยกตัวอย่างจังหวัดที่ทำโครงการนำร่องธนาคารหน่วยกิต 4 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ภูเก็ต นครราชสีมา และเชียงใหม่ สรุปความก้าวหน้าและการขับเคลื่อนนโยบายธนาคารหน่วยกิต เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีรูปแบบการดำเนินการโมเดล "เทพโมเดล" เน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ การสร้างความเข้าใจแก่บุคลากรทางการศึกษาที่มองว่านี่เป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้น และการจัดสรรงบประมาณ ข้อเสนอแนะและทิศทางในอนาคต เน้นการสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และการสร้างองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรออนไลน์เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายเข้าใจแนวทางที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

