สกศ. ลุยนำร่อง 10 โรงเรียนกาญจนบุรี ร่วมมือ 3 สถาบันอุดมศึกษา ขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต พัฒนาหลักสูตรเทียบโอนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

17 พฤศจิกายน 2568
...

วันที่ 17 พ.ย. 2568 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนารายวิชาเพื่อการสะสมและเทียบโอนในระบบธนาคารหน่วยกิตของสถานศึกษานำร่องจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายวรวุฒิ แสงเฟือง ประธานอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โครงการกองทุนการศึกษา ดร.ชนธิชา เศตะพราหมณ์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ผศ.ดร.ฤทธิชัย สังฉทิพย์ ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ดร.เอกชัย เนาวนิช ผู้อำนวยการสำนักวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ผู้แทน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี และ 10 สถานศึกษา ได้แก่ รร.บ้านห้วยเสือ รร.ไทรโยคน้อยวิทยา รร.สมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ รร.หนองปรือพิทยาคม รร.ทองผาภูมิวิทยา รร.ไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา รร.ประชามงคล รร.ร่มเกล้ากาญจนบุรี รร.อุดมสิทธิศึกษา รร.ศรีสวัสดิ์พิทยาคม พร้อมด้วย ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ณ ห้องประชุมภุชงค์ เพ่งศรี สกศ. ควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ดร.นิติ กล่าวเปิดการประชุมว่า สกศ. ได้รับมอบหมายให้นำร่องการจัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และ ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) เกิดผลเป็นรูปธรรมที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พบว่า 16 รายวิชาหลักสูตรระยะสั้นจากมรภ.กาญจนบุรี 6 วิชา และสทป. 10 วิชาที่พัฒนาจากความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษา โดยเทียบระดับรายวิชาเหล่านี้จะถูกนำมาเทียบเคียงระดับกับ NQF พบว่ามีความเข้มข้นสูงโดยเทียบได้ถึงระดับ 4 ถึง 6 (ระดับอุดมศึกษา) รับรองผลลัพธ์การเรียนรู้จะถูกรับรองและจัดเก็บในแพลตฟอร์มธนาคารหน่วยกิตกลาง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเครดิตนี้ไปขอเทียบโอนรายวิชาในระดับอุดมศึกษาได้ทันที เช่น ลดเวลาเรียน ปวส. ได้ 1 ปี หรือเทียบโอนในหลักสูตรปริญญาตรี มีแนวทางบริหารหลักสูตรโรงเรียน 10 แห่ง ส่วนใหญ่เลือกจัดการเรียนรู้เป็นการเรียนเพิ่มเติมคู่ขนาน นอกหลักสูตรแกนกลาง ทั้งนี้สกศ. ยืนยันที่จะไม่ก้าวล่วงแต่จะส่งเสริมความร่วมมือที่ยืดหยุ่นนี้ วิเคราะห์สมรรถนะเพื่อให้สามารถเทียบโอนข้ามสถาบันได้ และมีเป้าหมายในการทำงานเป็นการบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่นกับระบบชาติ เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียนในพื้นที่นำร่อง

ดร.ชนธิชา กล่าวว่า สพม.วางแผนงานร่วมมือระหว่าง สพม. โรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาวิชา มีโครงสร้างการเรียนรู้ 6 รายวิชาพื้นฐาน เช่น ความปลอดภัย วิชาพื้นฐาน การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บรรจุอยู่ในหลักสูตรเดิมของโรงเรียน การเรียนหลักสูตรระยะสั้น 3-5 วัน ผู้เรียนจะเข้าร่วมหลักสูตรระยะสั้นที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเพื่อเสริมความรู้เฉพาะทาง สพม. เป็นหน่วยงานกลางในการสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียน ผู้ปกครอง จัดการเรียนการสอนพื้นฐาน จัดหลักสูตรระยะสั้น ทำการประมวลผลการเรียนรู้ของเด็กอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหาในรายวิชากลาง มีการรับรองประมวลผลการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง

ผศ.ดร.ฤทธิชัย กล่าวว่า สทป.มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับโรงเรียนหลักสูตร ปวช. โดยใช้แนวคิด “การเรียนเพิ่ม” มีการอบรมเสริม 10 รายวิชา จำแนกหลักสูตรระยะสั้นแบ่งเป็น 5 วิชาแรกเชื่อมโยงกับวิชา ปวช. เดิมบวกเพิ่มสมรรถนะ และ 5 วิชาเป็นวิชาเฉพาะทางที่เรียนแบบเต็มหลักสูตร ซึ่งผู้เรียนที่เรียนครบทั้ง 10 วิชาจะสามารถนำผลลัพธ์ไปเทียบโอนในหลักสูตร ปวส. ของปทุมวันได้ โดยจำเป็นต้องวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อนำไปสู่การเทียบระดับ NQF และการจัดเก็บใน Credit Bank

ผศ.เอกชัย รัตนประบรรลือ รองคณบดีด้านวิชาการและวิจัย คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ผู้แทน มทร. สุวรรณภูมิ กล่าวว่า การพัฒนารายวิชาของสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 3 แห่งมีรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่ต่างกัน โดย มรภ.กาญจนบุรีเน้นผูกโยงกับ ปวช. สทป.มีทั้งแบบผูกโยงและแบบ Stand-Alone ส่วน มทร.สุวรรณภูมิใช้หลักสูตรที่เขียนขึ้นใหม่ 100% รูปแบบทั้งหมดมีเป้าหมายร่วมกันคือการนำผลลัพธ์ไปเทียบโอนเข้าหลักสูตรปริญญาตรี ปวส. ในสถาบันของตนเอง มีการวิเคราะห์เชิงลึกจำเป็นต่อการดำเนินการ “ขึงสมรรถนะ” เพื่อให้ตรงกันในรายวิชา ผลลัพธ์สูงสุดคือการผลักดันให้หลักสูตรเหล่านี้ได้รับการรับรองจาก NQF และสามารถจัดเก็บใน Credit Bank เพื่อความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ดร.กาญจนา กล่าวถึง สกศ. กำลังดำเนินการเทียบเคียงรายวิชาหลักสูตรระยะสั้น 16 วิชากับหลักสูตร ปวส. โดยขอให้สถาบันส่งข้อมูลรายวิชาและผลลัพธ์การเรียนรู้มาวิเคราะห์เบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียน NQF และจัดเก็บใน Credit Bank ข้อมูลที่วิเคราะห์โดย สกศ. จะถูกนำไปยืนยันในการเวิร์คช็อปในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อให้ผลลัพธ์การเรียนรู้จากหลักสูตรระยะสั้นสามารถนำไปใช้เทียบโอนในระดับอุดมศึกษาได้จริง