สกศ. หารือหน่วยงาน ศธ. กำหนดชุดข้อมูลจำเป็น "ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ" เชื่อมโยงทุกการเรียนรู้ สู่การเทียบโอนคุณวุฒิ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมหารือการกำหนดชุดข้อมูลที่จำเป็นของระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ โดยมี ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วมประชุมในรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี สกศ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

รศ.ดร.ประวิต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เนื่องจาก สกศ. มีบทบาทและความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ โดยจากการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาทำให้ สกศ. ได้รับทราบข้อมูล ข้อจำกัด และปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษา โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้คือ “แพลตฟอร์มระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (Credit Bank)” ซึ่งกำลังพัฒนาขึ้น จำเป็นต้องหารือเพื่อกำหนดชุดข้อมูลให้สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำไปใช้สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มต่อไป

ในที่ประชุม สกศ. ได้นำเสนอชุดข้อมูลที่จำเป็นเพื่อจัดเก็บไว้ในระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ มาเพื่อร่วมกันหารือ โดยมี 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ชุดข้อมูลผู้ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิต 2. ชุดข้อมูลสถานศึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นธนาคารหน่วยกิตสถานศึกษา 3. ข้อมูลหลักสูตรการศึกษาที่ดำเนินการจัดการเรียนการสอนและขอเทียบและพร้อมเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อสะสมเข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิต พร้อมทั้งระบุความก้าวหน้าในการเชื่อมโยงชุดข้อมูลและรับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการกำหนดชุดข้อมูล พบประเด็นที่น่าสนใจ เช่น บางหน่วยงานมีชุดข้อมูลให้ครอบคลุมสามารถใช้ได้ผู้เรียนรหัส G-Code ซึ่งหากนำชุดข้อมูลมาบูรณาการเข้าด้วยกันกับหน่วยงานอื่นก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น การร่วมกันอภิปรายดังกล่าวยังถือเป็นการนำเสนอความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติของแต่ละหน่วยงานอีกด้วย

การบูรณาการข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดข้อจำกัดและปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษา อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนและประชาชนทั่วไปสามารถนำ "ความรู้และประสบการณ์ที่ตนมี” มา “สะสมเทียบโอนเป็นหน่วยกิตทางการศึกษา” เพื่อขอรับวุฒิการศึกษา หรือเทียบเคียงไปสู่คุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพได้ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์เรื่อง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” อย่างแท้จริง

การบูรณาการข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดข้อจำกัดและปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษา อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนและประชาชนทั่วไปสามารถนำ "ความรู้และประสบการณ์ที่ตนมี” มา “สะสมเทียบโอนเป็นหน่วยกิตทางการศึกษา” เพื่อขอรับวุฒิการศึกษา หรือเทียบเคียงไปสู่คุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพได้ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์เรื่อง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต (
