สกศ. ดัน "ธนาคารหน่วยกิต" สร้างคนทำงานด้วยทักษะและใบรับรองวิชาชีพเชื่อมโยงทุกหลักสูตรสู่ตลาดแรงงาน
26 สิงหาคม 2568

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานปิดการประชุมการเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิตลงสู่การปฏิบัติ โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ นางปัทมา วีระวานิช และ ผศ.ดร.ศรายุทธ ทองอุทัย และดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนหน่วยจัดการศึกษา ณ ห้องอมรินทร์ ชั้น 3 โรงแรมเอส ดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ที่ประชุมแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็น ดังนี้
กลุ่มที่ 1 จังหวัดที่ดำเนินการในขั้นตอนการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต กลุ่มได้ระดมความคิดเห็นว่า การปรับปรุงระบบอาชีวศึกษาให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ยุคใหม่มีแนวคิดหลักคือการทลายกำแพง ด้านอายุและเวลาเรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถที่จะเลือกและจบการศึกษาได้ตามความสามารถของตนเองระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) คือเครื่องมือสำคัญที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดเวลาเรียนที่ซ้ำซ้อน โดยให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนและสะสมหน่วยกิตจากความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วได้ ทั้งจากการเรียนระยะสั้น การเรียนล่วงหน้า หรือการเรียนแบบผสมผสาน (Hybrid) การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการเปิดใจจากทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหารที่ต้องเข้าใจกฎหมาย ครูผู้สอนที่ต้องได้รับการอบรม จนถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณจากหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

กลุ่มที่ 2 จังหวัดที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมการขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต กลุ่มได้ระดมความคิดเห็นว่า บทบาทในการขับเคลื่อนโครงการธนาคารหน่วยกิตคือ การวางยุทธศาสตร์และนโยบายในภาพรวม ซึ่งแตกต่างจากการเน้นการปฏิบัติของสายอาชีวศึกษา ปัญหาและอุปสรรคที่พบยังขาดความเข้าใจและงบประมาณ หลายฝ่ายยังไม่เข้าใจแนวทางที่ชัดเจนและไม่มีงบประมาณจากส่วนกลางทำให้ต้องจัดหาเอง นอกจากนี้ ยังไม่มีแพลตฟอร์มกลางสำหรับ Big Data และการเทียบโอนหน่วยกิต เนื่องจากเกณฑ์คะแนนเฉลี่ยระหว่างหน่วยงานไม่ตรงกัน บุคลากรมีการโยกย้ายหรือเกษียณอายุทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน แนวทางการแก้ไข ควรมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการที่มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจน รวมถึงใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เพื่อลดความกังวลและสร้างความมั่นใจในการทำงานร่วมกันต่อไป

กลุ่มที่ 3 จังหวัดที่อยู่ระหว่างขั้นตอนเตรียมความพร้อม กลุ่มได้ระดมความคิดเห็นว่า การขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนการศึกษาไทยให้เน้นคุณวุฒิวิชาชีพ และทักษะที่แท้จริงมากกว่าการยึดติดกับวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว ด้วยการใช้ Big Data และความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ในทางปฏิบัติแต่ละจังหวัดมีความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการและเริ่มโครงการนำร่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักคือ ความไม่ชัดเจนจากส่วนกลาง ทั้งเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติ การขาดแคลนบุคลากรที่มีอำนาจตัดสินใจ และความไม่ต่อเนื่องของบุคลากรเนื่องจากการโยกย้าย นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านงบประมาณและขาดความเชื่อมั่นในระบบ

ดร.กาญจนา กล่าวว่า การขับเคลื่อนระบบคุณวุฒิวิชาชีพมีเป้าหมายเพื่อยกระดับและลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการสร้างระบบให้เป็นที่ยอมรับและรับรองความสามารถของคนทำงานที่มีประสบการณ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่เรียนรู้นอกระบบสามารถเข้าถึงการพัฒนาตนเองได้ หัวใจสำคัญคือการสร้างระบบเครดิตแบงก์ (Credit Bank) ที่อนุญาตให้ผู้เรียนและคนที่ทำงานสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตจากประสบการณ์และทักษะที่ได้รับการรับรอง โดยหลักสูตรใหม่ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) รองรับระบบนี้เพื่อเชื่อมโยงการศึกษากับมาตรฐานอาชีพ

ดร.นิติ นาชิต กล่าวปิดการประชุมว่า การขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) มีเป้าหมายเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับการศึกษาไทย โดยไม่ยึดติดกับคู่มือที่เป็นทางการเพียงอย่างเดียว หัวใจสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนตั้งแต่เด็กในระบบไปจนถึงคนทำงานที่มีประสบการณ์ ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ขั้นตอนต่อไปจะเริ่มขึ้นทะเบียนและรับรองหลักสูตรที่สอดคล้องกับ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) เพื่อให้ใบรับรองทักษะมีค่าเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาในระบบ นอกจากนี้ ในปีหน้าจะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเป็นธนาคารกลางสำหรับข้อมูลและเชื่อมโยงกับ เส้นทางการเรียนรู้ (Learning Pathway) ที่ชัดเจน การลงมือทำจริงของทุกพื้นที่ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เห็นปัญหาและแนวทางแก้ไขที่หลากหลาย อันเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนานโยบายให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
