สกศ. เปิดเวทีใหญ่ ณ เมืองภูเก็ต ขับเคลื่อนงาน “กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ-ธนาคารหน่วยกิต” ติดตามหลักสูตรตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนภาคใต้

23 กรกฎาคม 2568
...
 
วันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2568 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ ผศ.ดร.ศรายุทธ ทองอุทัย นางปัทมา วีระวานิช พร้อมด้วย ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา นางสาวพรรณนา พรหมวิเชียร ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต ดร.กาญจนา หงษ์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมประชุม ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จังหวัดภูเก็ต
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา นำทีมสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ประชุมเตรียมงานการประชุมฯ เพื่อให้การจัดงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ร่วมกับหน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจัดเตรียมงานนิทรรศการ ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จังหวัดภูเก็ต
วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 รศ.ดร.ประวิต กล่าวเปิดการประชุมและมอบนโยบายการพัฒนาการศึกษาที่ยืดหยุ่น โดยเน้นถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสอดคล้องกับ OECD ในมิติการเชื่อมโลกการเรียนและการทำงานเข้าด้วยกัน รวมถึง Micro -credential เป็นแนวคิดที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญและเล็งหาระบบรองรับ ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit bank) และ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) จะเข้ามาพลิกโฉมการศึกษา ด้วยกลไกสำคัญในการรับรองทักษะ ประสบการณ์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ผู้เรียนและแรงงานสามารถสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตจากหลากหลายแหล่งการเรียนรู้ ทั้งนี้ ด้วยผู้นำที่เข้มแข็งของจังหวัดภูเก็ต จะทำให้เกิดมิติใหม่ของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจะเป็นต้นแบบที่สู่การขยายผลต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้
นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวเสนอนโยบายการพัฒนากำลังคนของจังหวัดภูเก็ต มียุทธศาสตร์การพัฒนาด้วยแผนแม่บท 10+ เสาหลักทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ด้านการศึกษา ถือเป็นสิ่งสำคัญภายใต้ความเชื่อว่า “การศึกษาสร้างคน” โดยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทุกระดับตั้งแต่ปฐมวัย เชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกันเป็น “ครอบครัวภูเก็ต” ชี้ให้เห็นว่าภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการบริการ จำเป็นต้องมีกำลังคนที่มีคุณภาพและทักษะเฉพาะทาง เช่น การเชื่อมใต้น้ำ การซ่อมและดูแลเรือยอร์ช การสนับสนุนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิต จะช่วยให้จังหวัดสามารถผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ รวมถึงรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยังได้นำคณะรับชมนิทรรศการของหน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนให้กับจังหวัดอื่น ๆ ในภูมิภาคต่อไป
จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมอภิปราย “แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิตสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่” โดยได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอแนะในการนำกลไกดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในสถานศึกษาและสถานประกอบการ และอภิปรายความก้าวหน้าการดำเนินงานตามประกาศเจตนารมณ์ “การรวมพลังขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติในจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งประกาศไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภูเก็ต สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงเรียนเอกชนนอกระบบภูเก็ต วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต วิทยาลัยเทคนิคถลาง วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต และวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต โดยปัจจุบันมีการดำเนินงาน เช่น การพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาและฝึกอบรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ, การนำร่องระบบการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตในสถานศึกษาบางแห่ง รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องกรอบคุณวุฒิและธนาคารหน่วยกิตแก่ผู้เรียนและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่
 
ผู้ร่วมประชุมยังได้มีการแบ่งกลุ่มร่วมกันทำ workshop ในประเด็นสำคัญ ได้แก่
กลุ่มที่ 1: จัดทำแนวทางการจัดทำรหัสรายวิชาในหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อสะสมและเทียบโอนในระบบธนาคารหน่วยกิต
กลุ่มที่ 2: จัดทำข้อมูลหลักสูตร/การจัดการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและฐานข้อมูล (Big Data) ธนาคารหน่วยกิตของ จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.พังงา และ จ.นครศรีธรรมราช
กลุ่มที่ 3: จัดทำข้อมูลหลักสูตร/การจัดการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและฐานข้อมูล (Big Data) ธนาคารหน่วยกิตของ จ.กระบี่ จ.ระนอง จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมอภิปรายความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลและแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมสะท้อนความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การดำเนินงาน มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ ได้แก่ การพัฒนาการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มธนาคารหน่วยกิตให้ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ทุกคน, การให้คำแนะนำและติดตามการเรียนรายบุคคล, การพัฒนาหลักสูตรให้ครอบคลุมสาขาสำคัญ, การสร้างกลไกความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนอย่างแท้จริง และการผลักดันให้เกิดการยอมรับวุฒิการศึกษาและหน่วยกิตที่สะสมได้อย่างกว้างขวางในตลาดแรงงาน ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ ผู้นำด้านการศึกษา การสร้างพลังร่วม และการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
จากนั้น ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสภาการศึกษา ได้สรุปผลการประชุมและแนวทางการดำเนินงานในอนาคต กล่าวถึง ผลลัพธ์สำคัญที่ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและธนาคารหน่วยกิตให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างหลักสูตร การเก็บสะสมหน่วยกิต มุ่งการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) คือ ทุกพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ ทุกแหล่งเรียนรู้สร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ตาม NQF และทุกผลลัพธ์การเรียนรู้สามารถเก็บสะสมในระบบ Credit bank ได้ ทั้งนี้ สกศ. จะเดินหน้าขับเคลื่อนงานสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นกลไกการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและรองรับการพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และการจัดทำแนวทาง หลักเกณฑ์ และคู่มือการดำเนินงานเพื่อให้หน่วยงานในระดับจังหวัดนำไปขยายผลการดำเนินงานต่อไป